วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2563
วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2560
รวมบทความน่าอ่าน ล้างผักเพื่อความปลอดภัย
ที่มาภาพ:เลือกและล้างผักผลไม้เทศกาลกินเจ
ควรล้างทำความสะอาดผักผลไม้ก่อนนำมากิน โดยเฉพาะผักที่กินสดๆ เพื่อลดปริมาณสารพิษตกค้าง เชื้อโรค และลดการปนเปื้อนของไข่พยาธิโดยปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
1.ล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆครั้ง หรือล้างผ่านน้ำไหลนาน 2 นาที หรือแช่น้ำสะอาดนาน 15 นาที จะลดสารพิษได้ประมาณ 50-60%
2.ล้างโดยแช่ในสารละลายต่ไปนี้ ประมาณ 10-15 นาที
-เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 2 ลิตร ลดสารพิษได้ 30-50%
-ด่างทับทิม 20-30 เกล็ด ผสมน้ำ 1 กะละมัง ลดสารพิษได้ 35-45%
-โซเดียมไบคาร์บอเนตหรือผงฟู 1 ช้อนชา ต่อน้ำ 4 ลิตร ลดสารพิษได้ 50-70%
-น้ำส้มสายชูครึ่งถ้วย ต่อน้ำ 4 ลิตร ลดสารพิษได้ 60-70%
-ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง จะลดยาฆ่าแมลงได้อีกประมาณ 10%
เมื่อปฏิบัติครบทั้ง 3 ขั้นตอน จะสามารถยาฆ่าแมลงได้เกือบหมดในกรณีที่นำผักไปต้ม แกง หรือผัด หากลวกด้วยน้ำร้อนก่อน ก็จะสามารถลดยาฆ่าแมลงได้อีก
ที่มาข้อมูล:หนังสือสุขภาพทราบก่อนป่วย
ป้ายกำกับ:
รวมบทความน่าอ่าน,
ล้างผัก,
ล้างผักเพื่อความปลอดภัย
ตำแหน่ง:
Thailand
วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
รวมบทความน่าอ่าน บทความน่ารู้ บทความดีดี
|
รวมบทความน่าอ่าน รวมบทความให้ความรู้ และบทความที่น่าสนใจต่างๆ มากมาย บทความ สาระน่ารู้ ความรู้รอบตัว ข้อคิดดีๆ บทความ บทความดี บทความน่ารู้ เรื่องน่ารู้
|
|
รวมบทความน่าอ่าน อันตรายของชุดชั้นในแบบโครงลวด สำหรับคนที่พิสมัยการมีหน้าอกที่เต่งตึง ได้รูป และไม่หย่อนคล้อยหลายคนหันหน้าเข้าหาชุดชั้นในแบบที่มีโครงลวด เพื่อปรับทรงหน้าอกให้สวยงามตามต้องการเราขอเตือนว่า อันตรายจากชุดชั้นในชนิดนี้ มิได้มีเพียงแค่อาการเจ็บจากการถูกกดรัดเท่านั้น ยังมีอันตรายในแบบอื่นๆที่มีผลต่อสุขภาพของคุณโดยตรงอีกด้วยดังนั้น...มาดูกันซิว่า เพื่อให้หน้าอกของคุณสวย คุณต้องแลกกับอะไรกันบ้างด้วยการบีบรัดของชุดชั้นในชนิดนี้ ทำให้ระบบย่อยอาหารของคุณมีปัญหาเมื่อกินอาหารเข้าไป การบีบรัดมีผลทำให้หลอดอาหารตีบก็จะทำให้คุณกลืนอาหารลำบาก และอาหารก็ไม่สามารถย่อยได้ง่ายตามที่มันควรจะเป็น ด้วยการบีบรัดของชุดชั้นในชนิดนี้ ทำให้ร่างกายทำการปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมา ซึ่งส่งผลให้คุณสูญเสียพลังงานอย่างรวดเร็ว... |
|
รวมบทความน่าอ่าน กลเม็ดควบคุมการกิน(เยอะ) ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ครองตำแหน่ง"คนช่างกิน"หรือ"กินไม่เลือก" ตลอดไปจนถึงมีปรัชญาชีวิตว่า "อยู่เพื่อกิน"ด้วยแล้วละก็ มาเรียนรู้ฝึกตัวเองให้กินน้อยลงกันดีกว่าค่อยๆ กิน ค่อยๆ เคีัยว กินอาหารมื้อหนึ่งๆ ควรใช้เวลาอย่างน้อย 20 นาทีต่อมื้อ การที่เราค่อยๆกิน ค่อยๆเคีัยวช้าๆจะทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าได้กินอาหารไปมากแล้ว สมองจะได้รับน้ำตาลจากการย่อยทำให้รู้สึกอิ่มแทนที่จะต้องกิน 3 จาน ก็ลดมาเหลือ 2 จานหรือ 1 จานได้... |
|
รวมบทความน่าอ่าน สวยด้วยการกิน "กินอะไรทำไมสวยจัง" เรามักได้ยินประโยคเด็ดเช่นนี้อยู่เป็นประจำหลายคนจึงสงสัยว่า "สวยด้วยการกินได้ด้วยเหรอ ฉะนั้น อย่ารอช้าไปรู้จักกับอาหารอันแสนสุดวิเศษ ที่ทำให้คุณอิ่มอร่อย โดยที่ยัสวยไม่สร่างไปตลอดกาล เพื่อที่คุณสาวๆ จะได้กินไปยิ้มไปเพราะกินไอ้นั่นก็ผมสวย กินไอ้นี่ก็ผิวดี กินแบบนี้ก็ดีต่อสุขภาพ แถมท้องยังอิ่มอีกต่างหาก จิตใจก็ผ่องใสตามมา ..นี่แหละคือความสุขของการกินอย่างแท้จริง จริงไหม อาหารผิวดี สัปปะรดหรือส้ม อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงให้ผิวพรรณสดใสดูอ่อนกว่าวัย มะนาว อุดมด้วยวิตามินซีที่มีประโยชน์ต่อผิวและยังช่วยทำความสะอาดตับ มะเขือเทศ มีทั้งวิตามินซีและ Lycopene ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันผิวเสียจากรังสียูวี แครอต มีเบต้าแคโรทีนมาก ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ วิตามินที่จำเป็นสำหรับผิว.... |
|
รวมบทความน่าอ่าน เคี้ยวมาก สุขภาพดี การเคี้ยวอาหารไม่เพียงเกี่ยวกับสุขภาพเท่านั้น ยังเกี่ยวพันกับสมรรถนะของสมองอย่าแนบแน่นด้วย เพราะการเคีัยวมากจะช่วยให้สมองปราดเปรียวขึ้น โดยการเคีัยวอาหารจะกระตุ้นให้ต่อมน้ำลาย (salivary gland) และต่อมใต้หู (parotid gland) หลั่งฮอร์โมนออกมา ขณะเดียวกันอาการเคี้ยวซึ่งทำให้ฟันบนกับฟันล่างกระทบกันก็จะกระตุ้นสมองใหญ่ด้วยการกระตุ้นนี้จะทำให้สมองปราดเปรียวยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มพลังแห่งการวินิจฉัย การขบคิด และสมาธิต่อไปนี้คือผลที่ได้จากการทดลองเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่เคี้ยวอาหารการเคี้ยวอาหาร 30 ครั้ง จะช่วยให้เหงือกแข็งแรง และช่วยรักษาอาการขี้หงุดหงิดจิตใจไม่สงบ การเคี้ยวอาหาร 50 ครั้ง จะช่วยลดการกลัดกลุ้มเจ้าอารมณ์ อย่างน้อยที่สุดช่วยให้ลืมเรื่องไม่น่าอภิรมย์ได้ในเวลากินอาหาร นอกจากนี้ยังลดความอ้วนได้ เนื้องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำที่เกินความจำเป็นถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย... |
|
รวมบทความน่าอ่าน กินไข่แล้วได้อะไร ไข่ 1 ฟองประกอบด้วยเปลือกไข่ ไข่แดงและไข่ขาว ในไข่ขาวมีโปรตีนซึ่งเป็นโปรตีนที่สมบูรณ์ คือมีกรดอะมิโนที่จำเป็นอยู่ครบถ้วนให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ส่วนไข่แดงมีทั้งไขมัน วิตามิน และแต่ธาตุวิตามินที่พบในไข่แดง คือวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเคและวิตามินบีรวม ส่วนวิตามินซี มีเฉพาะช่วงที่ตัวอ่อนได้รับการผสมและเจริญเติบโตเป็นระยะสั้นๆ เท่านั้น สำหรับแร่ธาตุที่พบในไข่แดง คือ กำมะถัน โพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก ไข่จึงเป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง นักโภชนาการนิยมใช้ไข่เป็นมาตรฐานในการตรวจสอลคุณภาพโปรตีนของอาหารอื่นๆ... |
|
รวมบทความน่าอ่านขอเสนอ....ยางรัดผม ลดพุง พุง ถือว่าเป็นจุดยุธศาสตร์สำคัญในการดูแลรักษารูปร่างของผู้หญิงดังนั้นเราจึงเห็นผู้หญิงส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับการลดพุงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ว่าจะเป็นการซิตอัป หรืออดอาหารก็ตามทีแต่ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น การลดพุงได้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ สบายๆ ไปเสียแล้ว ในเมื่อพวกเขาสามารถมีหน้าท้องแบนราบได้โดยไม่ต้องอดอาหารหรือออกกำลังกายกันอย่างหนักพวกเขาเพียงแค่มี"หนังยาง"เส้นเดียวเท่านั้นก็เพียงพอแล้วง่ายๆ เลยจากการที่เราทิ้งตัวลงนั่ง เหยียดขาให้ตึง โดยให้เท้าทั้งสองข้างแนบชิดกัน และยกปลายเท้าตั้งขึ้น.... |
|
รวมบทความน่าอ่าน เทคนิคพิชิตเข่าเสื่อม ต่อไปนี้คือ กลเม็ดการออกกำลังกายสำหรับการรักษาหัวเข่าให้แข็งแรงคงทน จนสามารถอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน 1.วิ่งจ๊อกกิ้งอย่างสม่ำเสมอ การวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นประจำวันละ 30-60 นาทีนั้น นอกจากจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับข้อเข่าแล้ว ยังสามารถช่วยปรับน้ำหนักในร่่างกายให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นปัญหาต่อหัวเข่าในการรับน้ำหนักตัวได้ดีอีกด้วย สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มวิ่งจ๊อกกิ้ง ไม่ควรที่จะเริ่มเลยในทันที แต่ควรเริ่มจากการเดิน หรือเดินเร็ว เป็นเวลาอย่างน้อยสองเดือนก่อนค่อยเริ่มวิ่งจ๊อกกิ้ง มิฉะนั้นเข่าอาจจะเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นมาได้ และส่งผลทำให้อาการบาดเจ็บนั้นเรื้อรังจนไม่สามารถวิ่งจ๊อกกิ้งได้อีกเลย... |
|
รวมบทความน่าอ่าน ลดความอ้วนด้วยน้ำ ไม่เชื่อก็คงต้องเชื่อกันแล้วว่า การดื่มน้ำนั้นมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษารูปร่างให้สวยงามอยู่เสมอ เพราะน้ำนั้้นจะช่วยระงับความอยากอาหาร และไปช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันในร่างกายอีกด้วย จากรายงานการวิจัยยังพบว่า การดื่มน้ำน้อยนั้นเป้นสาเหตุทำให้เกิดการสะสมไขมันในร่างกายที่มากขึ้นเพราะไตจะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ถ้าหากเราขาดน้ำ ซึ่งส่งผลไปยังตับที่จะต้องทำงานหนักขึ้น ทั้งๆ ที่ตับมีหน้าที่หลักคือ เร่งการเผาผลาญของไขมันให้แปรเปลี่ยนเป็นพลังงาน... |
|
รวมบทความน่าอ่าน พอกันทีอาการนอนกรน อาการนอนกรน แม้จะเป็นอาการที่ไม่ร้ายแรงต่อสุขภาพเท่าไรนัก แต่ก็เป็นพฤติกรรมอันดับหนึ่งในการทำลายความสุขในการนอนของคนที่อยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนกับคุณ คงไม่มีใครอยากฟังเสียงกรน ครอกๆ แล้วนอนอย่างมีความสุขกันหรอก สาเหตุของการกรนนั้น มีหลายสาเหตุใหญ่ๆ ด้วยกันดังนี้- เกิดจากจมูกตัน เนื่องจากอาการคัดจมูกทำให้หายใจไม่ออก- เกิดจากการแพ้ แพ้อากาศ แพ้ขนสัตว์ หรือแพ้ไรฝุ่น- เกิดจากการหลับในท่านอนหงาย- เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป- เกิดจากการทำงานหนักและเหนื่อยมาก- เกิดจากการที่เรามีน้ำหนักตัวมากจนเกินไป... |
|
รวมบทความน่าอ่าน 10 วิธีถนอมสายตาหน้าจอคอมพิวเตอร์ นี่คือ 10 วิธีถนอมสายตาหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อให้สายตาของเราได้ใช้งานและอยู่กับเราไปนานๆ มีดังต่อไปนี้ครับ1.ควรเลือกจอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำเพื่อถนอมสายตา วิธีทดสอบง่ายๆ ทำได้โดยลองปิดสวิตช์จอภาพ แล้วเอามือหรือแขนไปจ่อไว้ใกล้ๆ จอภาพให้มากที่สุด จอภาพที่มีการกระจายรังสีต่ำจะแทบไม่รู้สึกถึงไฟฟ้าสถิตตามขนที่ผิว คือไม่รู้สึกขนลุก 2.ปรับแสงและความคมชัดของหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้รู้สึกสบายตา รวมทั้งความสว่างภายในที่ทำงาน ลดแสงสะท้อนรบกวน เช่น ปิดไฟดวงที่สะท้อนจ้าลงบนจอคอมพิวเตอร์ หากทำงานกับคอมพิวเตอร์ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าและจอภาพที่มีความสว่างมาก... |
| หน้า | 1 | 2 | 3 | 4 |
ป้ายกำกับ:
บความน่ารู้,
บทความสุขภาพ,
รวมบทความน่าอ่าน
ตำแหน่ง:
ประเทศไทย
วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559
รวมบทความน่าอ่าน โรคร้ายที่มากับอากาศหนาว3
ที่มาภาพ:วัคซีนโรคหัดหัดเยอรมันคางทูม
โรคร้ายที่มากับอากาศหนาว
เกิดจาก:เกิดจากเชื้อไวรัส Measles ที่จะพบได้ในจมูก และลำคอของผู้ป่วย ติดต่อกันได้ง่ายมาก โดยการไอ จาม หรือพูดกันในระยะใกล้ชิด บางครั้งเชื้ออยู่ในอากาศ เมื่อหายใจเอาละอองที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสเข้าไปก็ทำให้เป็นโรคได้
อาการ:จะมีไข้ น้ำมูกไหล ไอ ตาแดง ตาแฉะ และกลัวแสง อาการต่างๆ จะมากขึ้นพร้อมกับไขสูงขึ้น และจะสูงเต็มที่เมื่อมีผื่นขึ้นในวันที่ 4 ของไข้ ลักษณะผื่นจะนูนแดงติดกันเป็นปื้นๆ โดยจะขึ้นที่หน้า บริเวณชิดขอบผม แล้วแผ่กระจายไปตามลำตัว แขน ขา
เมื่อผื่นแพร่กระจายไปทั่วตัว ซึ่งกินเวลาประมาณ 2-3 วัน ไข้ก็จะเริ่มลดลง ผื่นที่ระยะแรกมีสีแดงจะมีสีเข้มขึ้น เป็นสีแดงคล้ำ หรือน้ำตาลแดงซึ่งคงอยู่นาน 5-6 วัน กว่าจะจางหายไปหมดกินเวลาประมาณ 2 สัปดาห์บางครั้งจะพบผิวหนังลอเป็นขุย
การรักษาเบื้องต้น:ให้การรักษาตามอาการ ถ้าไข้สูงมากให้ยาลดไข้เป็นครั้งคราว ร่วมกับการเช็ดตัว ให้ยาแก้ไอที่เป็นยาขับเสมหะได้เป็นครั้งคราว กินอาหารอ่อนที่มีคุณค่าทางอาหารครบถ่วน ให้วิตามินเสริมโดยเฉพาะวิตามินเอ
วิธีป้องกัน:หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย วิธีที่ดีที่สุดคือให้วัคซีนป้องกัน ปัจจุบันกระทรวงสาธารณะสุขให้วัคซีนป้องกันโรคหัด 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเด็กอายุ 9-12 เดือน ครั้งที่ 2 เมื่อเด็กเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สำหรับผู้ที่สัมผัสโรคภายในระยะ 72 ชั่วโมง อาจพิจารณาให้วัคซีนหัดทันที ซึ่งจะป้องกันการเกิดโรคได้ ถ้าสัมผัสโรคเกิน 72 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 6 วัน ให้ Immune Globulin(IG) เพื่อป้องกันหรือทำให้ความรุนแรงของโรคลดลง
ที่มาข้อมูล:หนังสือสุขภาพทราบก่อนป่วย
ป้ายกำกับ:
รวมบทความน่าอ่าน,
โรคร้าย,
หัด,
อากาศ
ตำแหน่ง:
Thailand
วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559
รวมบทความน่าอ่าน โรคร้ายที่มากับอากาศหนาว2
ที่มาภาพ:http://baiyadrugstore.blogspot.com/2016/03/blog-post_17.html
โรคร้ายที่มากับอากาศหนาว
อุจาระร่วง
เกิดจาก:การกินและดื่มอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป หรือมีเชื้อโรคที่มือ แล้วใช้นิ้วมือนั้นหยิบอาหารเข้าปาก หรือหยิบให้ผู้อื่น
อาการ:จะถ่ายอุจจาระที่ปนเชื้อโรคนั้นออกมา จะถ่ายบ่อย ถ่ายเหลว มีมูกในอุจจาระ และอาจมีไข้สูง ที่สำคัญหากถ่ายในที่ไม่ถูกสุขลักษณะแมลงวันก็จะตอมเอาน้ำเชื้อนั้นไปแพร่ให้ผู้อื่นต่อไป ทำให้เกิดการระบาด
การรักษาเบื้องต้น:ห้ามซื้อยาประเภทให้หยุดถ่ายมากินเอง เพราะจะทำให้ร่างกายไม่สามารถถ่ายเชื้อออกไปได้หมด วิธีที่ถูกต้องคือให้กินน้ำเกลือแร่ โดยผสมตามรายละเอียดข้างซอง หรือผสมเองก็ได้โดยใช้น้ำต้มสุกสัก 1 ขวด น้ำตาลสัก 1 ช้อนโต๊ะ และเกลือสัก 1 ช้อนชา ผสมแล้วดื่มบ่อยๆ ให้พอเพียงกับของเสียที่ถ่ายออกไป เพื่อลดการสูญเสียน้ำในร่างกายแต่หากอาการยังไม่ดีขึ้นควรรีบไปพบแพทย์ทันที
วิธีป้องกัน:ดื่มน้ำสะอาด ปรุงอาหารให้สุก และกินอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ ล้างมือให้สะอาดก่อนการกินอาหาร และหลังเข้าส้วมทุกครั้ง ถ่ายในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ และพยายามกำจัดแมลงวันเพื่อป้องกันการระบาดของโรค
ที่มาข้อมูล:หนังสือสุขภาพทราบก่อนป่วย
ป้ายกำกับ:
รวมบทความน่าอ่าน,
โรคร้าย,
อุจาระร่วง
ตำแหน่ง:
Thailand
รวมบทความน่าอ่าน โรคร้ายที่มากับอากาศหนาว
ที่มาของภาพ:เมื่อฉันเป็นอีสุกอีใส
โรคร้ายที่มากับอากาศหนาว
1.ไข้หวัดใหญ่
เกิดจาก:Influenza Virus เชื้อนี้จะอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วย ติดต่อโดยการไอจามหรือสัมผัสถูกมือของเครื่องใช้เปื้อนเชื่อโรค
อาการ:ไข้สูง ตัวร้อน หนาว ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อมาก ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ขมในคอ คัดจมูก มีน้ำมูกใสๆ ไอแห้งๆ จุกแน่นท้อง
การรักษาเบื้องต้น:ให้นอนพักผ่อนเยอะๆ ไม่ควรออกกำลังกายควรดื่มน้ำเปล่า น้ำผลไม้ น้ำซุป หรืออาจจะดื่มน้ำเกลือแร่
วิธีป้องกัน:ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการเอามือเข้าปากหรือขยี้ตา อย่าใช้ของส่วนตัวร่วมกับคนอื่น ให้พักที่บ้านเมื่อเวลาป่วย และสวมผ้าปิดจมูก เวลาไอ หรือจาม
2.อีสุกอีใส
เกิดจาก:เชื้อไวรัสที่กระจายออกมาทางเดินหายใจของผู้ป่วยหรือตุ่มหนองที่เริ่มตกสะเก็ด และปลิวมาถูกผู้สัมผัสโรค
อาการ:มีไข้ต่ำๆ และสูงขึ้น แต่ไม่เกิน 101 องศาฟาเรนไฮต์ ร่วมกับปรากฏตุ่มขึ้นตามตัวและใบหน้า ซึ่งส่วนบนจะพองใสมีหนองสีเหลืองๆ ส่วนรอบๆฐานจะมีสีแดง ซึ่งต่อมาตุ่มนั้นจะแตกออกเป็นสะเก็ด และขนาดของตุ่มจะไม่เท่ากัน เมื่อตุ่มเม็ดเก่าแตก จะมีเม็ดใหม่ๆ ขึ้นมาอีกใน 3-4 วันสำหรับเม็ดตุ่มจะมีอาการคัน
การรักษาเบื้องต้น:โดยปกติอาการต่างๆ จะไม่รุนแรง บางรายอาจมีเพียงไข้ต่ำๆ และรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย แต่หากมีอาการที่รุนแรงจากอาการแทรกซ้อนจึงค่อยไปพบแพทย์ สำหรับอาการคันอาจใช้ยาแก้คันเพื่อบรรเทาอาการได้
วิธีป้องกัน:ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน และสำหรับคนที่เคยเป็นแล้วในร่างกายก็จะมีภูมิต้านทานขึ้นมาเอง
เกิดจาก:เชื้อไวรัสที่กระจายออกมาทางเดินหายใจของผู้ป่วยหรือตุ่มหนองที่เริ่มตกสะเก็ด และปลิวมาถูกผู้สัมผัสโรค
อาการ:มีไข้ต่ำๆ และสูงขึ้น แต่ไม่เกิน 101 องศาฟาเรนไฮต์ ร่วมกับปรากฏตุ่มขึ้นตามตัวและใบหน้า ซึ่งส่วนบนจะพองใสมีหนองสีเหลืองๆ ส่วนรอบๆฐานจะมีสีแดง ซึ่งต่อมาตุ่มนั้นจะแตกออกเป็นสะเก็ด และขนาดของตุ่มจะไม่เท่ากัน เมื่อตุ่มเม็ดเก่าแตก จะมีเม็ดใหม่ๆ ขึ้นมาอีกใน 3-4 วันสำหรับเม็ดตุ่มจะมีอาการคัน
การรักษาเบื้องต้น:โดยปกติอาการต่างๆ จะไม่รุนแรง บางรายอาจมีเพียงไข้ต่ำๆ และรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย แต่หากมีอาการที่รุนแรงจากอาการแทรกซ้อนจึงค่อยไปพบแพทย์ สำหรับอาการคันอาจใช้ยาแก้คันเพื่อบรรเทาอาการได้
วิธีป้องกัน:ฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน และสำหรับคนที่เคยเป็นแล้วในร่างกายก็จะมีภูมิต้านทานขึ้นมาเอง
ที่มาของข้อมูล:หนังสือสุขภาพทราบก่อนป่วย
ป้ายกำกับ:
ไข้หวัดใหญ่,
รวมบทความน่าอ่าน,
โรคร้าย,
อีสุกอีใส,
Virus
ตำแหน่ง:
Thailand
วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559
รวมบทความน่าอ่าน แปดคาถาชะลอแก่
ที่มาภาพ:อาหารที่ทำให้แก่เร็ว
ความชราอาจเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น แต่ถ้ามาก่อนเวลาอันควรนี่สิเป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครหลายคนแน่นอน ดังนั้น มารู้จัก แปด เคล็ดลับชะลอความชรา เพื่อที่คุณจะได้ไม่แก่ก่อนวัย กันเถอะ
คาถาชะลอแก่ข้อหนึ่ง ต้องไม่อยากแก่ ต้องตั้งใจให้มั่นคงแน่วแน่ว่าจะพยายามคงความเป็นหนุ่มสาว(ตามวัย)ไว้อย่างสุดชีวิต และการตั้งใจนี้จะต้องพยายามด้วยร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณไปพร้อมๆ กัน
คาถาชะลอแก่ข้อสอง ต้องมีใจเป็นหนุ่มสาว คือไม่คิดมาก ไม่วิตกจริตเกินกว่าเหตุ กล้าได้กล้าเสีย และควรแสวงหาแนวทางใหม่ๆ ในการทำงานอยู่เสมอ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใด รักอิสระ มองโลกในแง่ดี และที่สำคัญควรมีความหวังเสมอ
คาถาชะลอแก่ข้อสาม ลดความเครียด ที่แก่ก่อนวัย ก็เพราะไกลความสงบ ที่ไกลความสงบก็เพราะมีความเครียดเกินไป ดังนั้นถ้าไม่อยากแก่ก่อนวัย ก็จงอย่าเครียดเกินกว่าเหตุควรพยายามตัดความเครียดออกไปทีละอย่างด้วยความสงบ สมาธิ..ไม่นานก็หายเครียด
คาถาชะลอแก่ข้อสี่เซ็กส์สุขสม เซ็กส์ที่มีความสุขจะทำให้หายเครียดได้ เพราะเซ็กส์ที่สุขสมจะทำให้เกิดความผ่อนคลาย นอนหลับฝันดี เมื่อนอนหลับฝันดี การสร้างฮอร์โมนทั้งชายและหญิงก็จะดีเป็นเงาตามตัว
คาถาชะลอแก่ข้อห้าออกกำลังกายสม่ำเสมอ ถ้าคุณเอกซ์เซอไซส์ไม่ได้...ก็ให้ออกเซกซ์เซอไซส์แทน!!!! เพราะท้ายที่สุดแล้วทั้งสองอย่างก็จะเกิดการหลั่งสารแห่งความสุขที่เรียกว่า เอ็นดอร์ฟิน ออกมาเหมือนกัน ก็แล้วแต่จะเลือกในสิ่งที่คุณชอบ
คาถาชะลอแก่ข้อหกอาหารต้านชรา ลำพังแค่มลภาวะทุกวันนี้ก็ทำร้ายผิวเรามากพออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอย่าไปเร่งริ้วรอยด้วยการกินอีกเลย พยายามเลือกอาหารด้วยความพิถีพิถันสักหน่อย พืชผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งธัญพืชนั้น เราควรกินเข้าไปเยอะๆ โดยต้องยึดหลักที่ว่า ดีและหลากหลาย
คาถาชะลอแก่ข้อเจ็ดพักผ่อนเพียงพอ การนอนหลับเป็นส่วนหนึ่งการมีสุขภาพที่ดี เพราะเวลานอนหลับจะเป็นเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และมีการสร้างฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของระบบฮอร์โมนเพศให้เป็นปกติ ดั้งนั้นควรใส่ใจกับการนอนให้มากขึ้น
คาถาชะลอแก่ข้อแปดความรัก ความรักเท่านั้นที่ทำให้คงความเป็นหนุ่มสาวได้อย่างยาวนาน ไม่แก่ก่อนวัย เพราะความรักจะช่วยให้คนสดชื่น กระชุ่มกระชวยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความรักในฐานะคนรัก ความรักในฐานะพ่อแม่ ความรักในฐานะลูกต่อพ่อแม่ ความรักต่อเพื่อนฝูง และความรักต่อมวลมนุษยชาติ
รวมบทความน่าอ่าน
ที่มาข้อมูล:หนังสือสุขภาพทราบก่อนป่วย
ป้ายกำกับ:
ความชรา,
ชะลอแก่,
รวมบทความน่าอ่าน
ตำแหน่ง:
ประเทศไทย
วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559
รวมบทความน่าอ่าน ห้องนอนซ่อนภูมิแพ้
ที่มาภาพ:สุขภาพทั่วไป
เดี๋ยวนี้คนเป็นภูมิแพ้กันมากขึ้น โดยที่หลายคนไม่ทราบว่าปัญหาภูมิแพ้เริ่มต้นหรือกำเริบรุนแรงขึ้น เพราะตัวกระตุ้นหลายอย่างซ่อนอยู่ในห้องนอน อาการจามจะเกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปภายในจมูก ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากฝุ่นหรือไรฝุ่นที่เกิดขึ้นบนที่นอน ทั้งละอองเกสรดอกไม้ก็ดี เชื้อรา ควันบุหรี่ ขี้แมลงสาบ ไอระเหยของสารเคมี ล้วนแต่สามารถกระตุ้นอาการภูมิแพ้ และส่งผลต่อการเจ็บป่วยของร่างกายในที่สุด หลายอย่างที่กล่าวมามักซ่อนอยู่ในห้องนอนของคุณโปรดสำรวจดูว่าห้องนอนของคุณเต็มไปด้วยฝุ่นหรือไม่ การได้นอนหลับพักผ่อนในห้องนอนที่มีอากาศสะอาด ปราศจากฝุ่น จะช่วยทำให้ร่างกายสดชื่นหรือฟื้นคืนจากการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น
พื้นห้องปูด้วยพรมหรือไม่ นับเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่งเพราะพรมจะกลายเป็นแหล่งของไรฝุ่นที่เป็นตัวก่อภูมิแพ้ และดูแลทำความสะอาดได้ยากกว่าพื้นไม้หรือกระเบื้อง
ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้านวม ควรถอดซักได้และควรเปลี่ยนอยู่เสมอ ซักทำความสะอาดด้วยอุณหภูมิที่ไม่ต่ำกว่า 50 องศาเซียลเซียส เพราะอุณหภูมิที่ตำ่กวานี้จะไม่สามารถฆ่าไรฝุ่นในเครื่องนอนได้
คุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบสูบบุหรี่ในห้องนอน ใช้น้ำยาหรือน้ำหอมปรับอากาศในห้องนอนที่ปิดพร้อมๆ กับเปิดเครื่องปรับอากาศใช่หรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง
ผ้าม่าน สีทาผนัง ตู้ โต๊ะ พรม ควรพิจาณาเลือกซื้อชนิดที่ระบุว่าไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในการผลิต ปัจจุบันผู้ผลิตสินค้าบางประเภทเริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อเรื่องดังกล่าว
เปิดหน้าต่างบ้างหรือเปล่าบ้านไหนที่ใช้เครื่องปรับอากาศ ควรเปิดหน้าต่างให้อากาศในห้องได้ถ่ายเทบ้าง หรือปล่อยให้แสงแดดบ้างสัปดาห์ละหนึ่งครั้งก็ยังดี
เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืมหันมาดูแลรักษาห้องนอนให้สะอาดอยู่เสมอจะได้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้
รวมบทความน่าอ่าน
ที่มาข้อมูล:หนังสือสุขภาพทราบก่อนป่วย
ป้ายกำกับ:
ภูมิแพ้,
รวมบทความน่าอ่าน,
ไรฝุ่น
ตำแหน่ง:
ประเทศไทย
วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2559
รวมบทความน่าอ่าน โรคเท้าเหม็น..คุณเป็นหรือเปล่า
ที่มาภาพ:เท้าแบน
โรคเท้าเหม็น (Pitted Keratolysis) เป็นโรคที่พบมากในเขตร้อน พบได้ทัังเด็กและผู้ใหญ่ ผู้ชายและผู้หญิง แต่จะพบได้บ่อยในผู้ชาย เพราะมีเหงื่อออกที่ฝ่าเท้ามากกว่า และผู้ชายมักสาวมถุงเท้าอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เกิดการหมักหมมบริเวณเท้า
คนเป็นโรคเท้าเหม็น หากสังเกตก็จะเห็นหลุมเล็กๆ ที่ฝ่าเท้า บางครั้งหลุมอาจรวมตัวกันเป็นแอ่งเว้าตื้นๆ มักพบตามฝ่าเท้าที่รับน้ำหนักและที่ง่ามนิ้วเท้า อาการที่แสดงออกของโรคเท้าเหม็นคือ ร้อยละ 90 เท้ามีกลิ่นเหม็นมาก ร้อยละ 70 คือ เวลาถอดถุงเท้าจะรู้สึกว่าถุงเท้าติดกับฝ่าเท้า ส่วนอาการคันนั้นพบได้น้อยเพียงร้อยละ 8 เท้านั้น
คนเป็นโรคเท้าเหม็น หากสังเกตก็จะเห็นหลุมเล็กๆ ที่ฝ่าเท้า บางครั้งหลุมอาจรวมตัวกันเป็นแอ่งเว้าตื้นๆ มักพบตามฝ่าเท้าที่รับน้ำหนักและที่ง่ามนิ้วเท้า อาการที่แสดงออกของโรคเท้าเหม็นคือ ร้อยละ 90 เท้ามีกลิ่นเหม็นมาก ร้อยละ 70 คือ เวลาถอดถุงเท้าจะรู้สึกว่าถุงเท้าติดกับฝ่าเท้า ส่วนอาการคันนั้นพบได้น้อยเพียงร้อยละ 8 เท้านั้น
1.จงเข้าใจว่าศรัตรูของเท้าไม่ใช่ความแห้ง แต่เป็นกลิ่น ดังนั้นไม่ควรหมักหมมเท้าไว้ในรองเท้าให้นานเกินไป ควรหาเวลาถอดเพื่อระบายเหงื่อ หรือใช้สเปรย์แป้งเพิ่มความสดชื่นให้แก่เท้าอยู่เสมอ
2.เวลาล้างเท้าวรล้าอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะบริเวณแต่ละง่ามนิ้วเท้า ควรใช้สบู่เด็กหรือผลิตภัณฑ์รักษาความสะอาดโดยเฉพาะ เพราะบริเวณนั้นเป็นแหล่งรวมของเชื้อราเลยทีเดียว จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาดให้หมดจด
3.ควรประณีตกับการล้างเท้าสักหน่อย โดยการใช้ หินลอย (Pumice Stone) มาขัดหนังที่แข็งกระด้างออก และไม่ลืมที่จะใช้เวลาในการเช็ดเท้าให้แห้งสนิทมากที่สุดด้วย
4.แล้วเมื่อเท้ามีอาการปวดเมื่อยจากการเดินหรือวิ่งก็ตาม ง่ายๆ เลยเพื่อระงับความปวดเมื่อยคือการนำเท้าไปแช่น้ำอุ่น (ผสมเกลือ) สัก 10-15 นาทีแล้วยกออก ตามด้วยการจุ่มน้ำเย็นสัก 1-2 นาที ก็จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และยังทำให้ผิวเท้านุ่มขึ้นอีกด้วย
5.เมื่อมีเวลาว่าง ก็ควรนำเท้าไปนวดครีมหรือนวดน้ำมัน เพื่อรักษาผิวให้มีความชุ่มชื่นอยู่เสมอ
6.ไม่ควรใส่รองเท้าที่คับจนเกินไป เพราะนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดแล้ว ยังทำให้เกิดแผลและตาปลาอีกด้วย
7.ไม่ควรทำเล็บที่ร้านเสริมสวย หรือใช้เครื่องมือของทางร้านเพื่อป้องกันความสกปรกหรือโรคผิวหนังที่จะติดมากับเครื่องมือเหล่านั้น (ทำด้วยตัวเองดีที่สุด)
สูตรผสมน้ำระงับกลิ่นเท้า
- น้ำอุ่นผสมน้ำส้มสายชูกับด่างทับทิม
- น้ำอุ่นผสมส้มฝานบางๆ อาจใช้มะนาวแทนก็ได้
- น้ำอุ่นผสมกระเทียมทุบ 2-3 กลีบ
- น้ำอุ่นผสมน้ำมะขามเปียก
- น้ำชาจีนอุ่นๆ ต้มแก่ๆ (สูตรนี้จะไม่ถูกกรดอ่อนๆ กัดเท้าเหมือนสูตรอื่น)
รวมบทความน่าอ่าน
ที่มาบทความ:หนังสือสุขภาพทราบก่อนป่วย
ที่มาบทความ:หนังสือสุขภาพทราบก่อนป่วย
ป้ายกำกับ:
เท้า,
เท้าเหม็น,
รวมบทความน่าอ่าน
ตำแหน่ง:
ประเทศไทย
วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559
รวมบทความน่าอ่าน ลมพิษ
เมื่อคุณรู้สึกว่ามีผื่นแดง นูน ขอบชัดเจน และคัน เกิดขึ้นตามร่างกาย น้่นแหละ คือ ลมพิษ บางคนเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ หรือบางคนอาจเป็นวัน และบางคนอาจขึ้นทุกวันติดต่อกันเป็นปี
สาเหตุของลมพิษมีมากมาย อาจเกิดจากการแพ้สารบางชนิดจากการกิน จากการสัมผัส จากการสูดดม ฯลฯ ไม่มีใครอยากเป็นลมพิษ แต่หลายคนก็สุดวิสัยจริงๆ ที่จะห้ามอาการที่เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นเรามารู้จักสาเหตุสำคัญของการเป็นลมพิษ เพื่อป้องกันไม่ให้โรคนี้ทำให้คุณวุ่นวายใจกันเถอะ
ลมพิษจากอาหาร
อาหารที่เป็นสาเหตุหลักมักจะเป็นพวกโปรตีน โดยเฉพาะอาหารทะเล อาทิ กุ้ง หอย ปู ปลา นอกจากนั้น ไข่ นม ถั่ว ผักที่มีสารปรอทและผลไม้ ก็อาจก่อให้เกิดลมพิษได้เช่นกัน สารปรุงแต่งอาหารต่างๆ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กิดอาการ เช่น สีปรุงแต่งอาหาร
ลมพิษจากยา
ยาก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งภายหลังการกินยาอาจจะเกิดลมพิษขึ้นได้ทันที แต่บางรายอาจกินเวลาไปถึง 7-10 วันถึงค่อยแสดงอาการ ยาที่เข้าข่ายก่อให้เกิดลมพิษ หลักๆ มีดังนี้ ยาประเภทปฏิชีวนะ อาทิ เพนนิซิลินซัลฟา
ลมพิษจากแสงแดด
จะเกิดขึ้นมากกับผู้หญิงที่มีอายุเฉลี่ยระหว่าง 30-40 ปี ที่ต้องออกแดดและมิได้ทาครีมกันแดดป้องกัน
ลมพิษจากความเย็น
สำหรับใครที่ต้องทำงาน และมีเหตุต้องอยู่ในที่ที่เย็นจัด แต่ไม่ยอมสวมชุดที่สามารถให้ความอบอุ่น ก็สามารถที่จะเกิดลมพิษขึ้นได้ เพราะแพ้ความเย็น
ลมพิษจากสารในอากาศ
ในกรณีนี้เป็นกรณีที่หลีกเลี่ยงยากมาก เพราะบางทีคุณเดินอยู่เฉยๆ ลมพิษก็อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว เพราะสาเหตุนั้นกระจายอยู่ในอากาศที่คุณต้องสูดดมอยู่เสมอ ยากที่จะสังเกตได้ อาทิ ฝุ่น เชื้อรา เกสร และขนสัตว์
ลมพิษจากแมลง
อาจก่อให้เกิดลมพิษได้ทังจากการสัมผัส และการถูกกัด (ไรแมว ไรสุนัข ริ้น บุ้ง ฯลฯ) หรือ จากการถูกต่อย (ผึ้ง ต่อ ) ควรระวัง เพราะบางรายอาจถึงขั้นช็อก และเสียชีวิตในทันที
ลมพิษจากเหงื่อ
ส่วนใหญ่จะเป็นตอนหลังออกกำลังกาย เพราะจะมีปริมาณเหงื่อมากทำให้เกิดผื่นแดงเม็ดเล็กๆ ขึ้นกระจายตามแขนและขา
รวมบทความน่าอ่าน
ที่มาบทความ:หนังสือสุขภาพทราบก่อนป่วย
ป้ายกำกับ:
บทความดีดี,
รวมบทความน่าอ่าน,
ลมพิษ
ตำแหน่ง:
ประเทศไทย
วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559
รวมบทความน่าอ่าน อันตรายของชุดชั้นในแบบโครงลวด
ที่มาภาพ:6 วิธีซักชุดชั้นใน
สำหรับคนที่พิสมัยการมีหน้าอกที่เต่งตึง
ได้รูป และไม่หย่อนคล้อยหลายคนหันหน้าเข้าหาชุดชั้นในแบบที่มีโครงลวด
เพื่อปรับทรงหน้าอกให้สวยงามตามต้องการ
เราขอเตือนว่า
อันตรายจากชุดชั้นในชนิดนี้ มิได้มีเพียงแค่อาการเจ็บจากการถูกกดรัดเท่านั้น
ยังมีอันตรายในแบบอื่นๆที่มีผลต่อสุขภาพของคุณโดยตรงอีกด้วย
ดังนั้น...มาดูกันซิว่า
เพื่อให้หน้าอกของคุณสวย คุณต้องแลกกับอะไรกันบ้าง
1.ด้วยการบีบรัดของชุดชั้นในชนิดนี้ ทำให้ระบบย่อยอาหารของคุณมีปัญหา
เมื่อกินอาหารเข้าไป การบีบรัดมีผลทำให้หลอดอาหารตีบก็จะทำให้คุณกลืนอาหารลำบาก
และอาหารก็ไม่สามารถย่อยได้ง่ายตามที่มันควรจะเป็น
2.ด้วยการบีบรัดของชุดชั้นในชนิดนี้
ทำให้ร่างกายทำการปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมา ซึ่งส่งผลให้คุณสูญเสียพลังงานอย่างรวดเร็ว
จะเหนื่อยง่าย และรู้สึกไม่มีแรง
3.ด้วยการบีบรัดของชุดชั้นในชนิดนี้
ทำให้โครงลวดนั้นขัดขวางการไหลเวียนของระบบน้ำเหลือง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับสารพิษในเต้านม
4.ด้วยการบีบรัดของชุดชั้นในชนิดนี้
ทำให้การเคลื่อนไหวของซี่โครงและกะบังลมมีปัญหา
ส่งผลทำให้คุณหายใจหอบอยู่บ่อยครั้ง และสมรรถภาพของหัวใจกับปอดจะเสื่อมลงอย่างช้าๆ
5.ด้วยการบีบรัดของชุดชั้นในชนิดนี้ ทำให้เกิดการขัดขวางการไหลเวียนของเลือดลมภายในร่างกายส่วนบนและส่วนล่าง
มีผลให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายที่มีปัญหา
รวมบทความน่าอ่าน
ที่มาข้อมูล:หนังสือสุขภาพทราบก่อนป่วย
ป้ายกำกับ:
ชุดชั้นใน,
แบบโครงลวด,
รวมบทความน่าอ่าน
ตำแหน่ง:
ประเทศไทย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



















