z35W7z4v9z8w
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิตามิน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559

รวมบทความน่าอ่าน สวยด้วยการกิน

         
          "กินอะไรทำไมสวยจัง" เรามักได้ยินประโยคเด็ดเช่นนี้อยู่เป็นประจำหลายคนจึงสงสัยว่า "สวยด้วยการกินได้ด้วยเหรอ
          ฉะนั้น อย่ารอช้าไปรู้จักกับอาหารอันแสนสุดวิเศษ ที่ทำให้คุณอิ่มอร่อย โดยที่ยัสวยไม่สร่างไปตลอดกาล เพื่อที่คุณสาวๆ จะได้กินไปยิ้มไปเพราะกินไอ้นั่นก็ผมสวย กินไอ้นี่ก็ผิวดี กินแบบนี้ก็ดีต่อสุขภาพ แถมท้องยังอิ่มอีกต่างหาก จิตใจก็ผ่องใสตามมา ..นี่แหละคือความสุขของการกินอย่างแท้จริง จริงไหม..

อาหารผิวดี
          - สัปปะรดหรือส้ม อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงให้ผิวพรรณสดใสดูอ่อนกว่าวัย
          - มะนาว อุดมด้วยวิตามินซีที่มีประโยชน์ต่อผิวและยังช่วยทำความสะอาดตับ
          - มะเขือเทศ มีทั้งวิตามินซีและ Lycopene ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันผิวเสียจากรังสียูวี
          - แครอต มีเบต้าแคโรทีนมาก ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ วิตามินที่จำเป็นสำหรับผิว
          - กีวี,อะโวคาโด และน้ำมันมะกอก ประกอบไปด้วยวิตามินซีที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างและยืดอายุคอลลาเจนใต้ผิวเรา
          - ผักโขม อุดมด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งอมชมพู
          - โยเกิร์ต ช่วยในการขับถ่ายของเสีย ทำให้ผิวพรรณสดใส
          - ปลา อุดมด้วยไขมัน น้ำมันปลาทำให้ผิวพรรณเต่งตึง

อาหารผมสวย
         - ไข่ เต็มไปด้วยโปรตันซึ่งจะทำให้ผมเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง
         - ปลาที่มีกรดไขมัน (โอเมก้า) เช่น ปลาแซลมอน ทูน่า ควรกิน 2 มื้อต่อสัปดาห์
         - อะโวคาโด มีวิตามินบี 5 เยอะ ช่วยชะลอการเกิดผมหงอก

อาหารตาใส
         - ผักโขม ถั่ว และข้าวโพด มีสาร Lutein ซึ่งทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันโรคที่เกิดกับตา ป้องกันการทำลายเรติน่าจากรังสียูวี
         - แครอต ตำลึงและผักบุ้ง มีเบต้าแคโรที ซึ่งจะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นวิตามินเอ ช่วยในการมอง ซึ่งส่งผลให้เราไม่ต้องเพ่งหรือเกร็งตามมากๆ จึงทำให้โอกาสเกิด "ตีนกา" น้อยลง

อาหารฟันแข็งแรง
         - นม ปลาและน้ำซุปที่ตุ๋นจากซี่โครงสัตว์(ไก่และหมู)มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งทำให้ฟันแข็งแรง แถมยังปกป้องฟันจากแบคทีเรียได้อีกต่างหาก
         - เนยแข็ง จะเพิ่มปริมาณน้ำลายในปาก ควรกินหลังอาหารจะทำให้กรดในปากเจือจางป้องกันฟันผุ และที่ขาดไม่ได้ก็คือการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายของเรา น้ำมีความสำคัญมาก เพราะน้ำจะไปเพิ่มเติมความชุ่มชื้นในส่วนต่างๆ ของร่างกาย


รวมบทความน่าอ่าน
ที่มาข้อมูล:หนังสือสุขภาพทราบก่อนป่วย

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2559

รวมบทความน่าอ่าน กินไข่แล้วได้อะไร

         ไข่ 1 ฟองประกอบด้วยเปลือกไข่ ไข่แดงและไข่ขาว ในไข่ขาวมีโปรตีนซึ่งเป็นโปรตีนที่สมบูรณ์ คือมีกรดอะมิโนที่จำเป็นอยู่ครบถ้วนให้คุณค่าทางโภชนาการสูง ส่วนไข่แดงมีทั้งไขมัน วิตามิน และแต่ธาตุ

          วิตามินที่พบในไข่แดง คือวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี วิตามินเคและวิตามินบีรวม ส่วนวิตามินซี มีเฉพาะช่วงที่ตัวอ่อนได้รับการผสมและเจริญเติบโตเป็นระยะสั้นๆ เท่านั้น สำหรับแร่ธาตุที่พบในไข่แดง คือ กำมะถัน โพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก ไข่จึงเป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง นักโภชนาการนิยมใช้ไข่เป็นมาตรฐานในการตรวจสอลคุณภาพโปรตีนของอาหารอื่นๆ
          เนื่องจากไข่มีคุณค่าทางโภชนาการและราคาถูก ช่วยเสริมสุขภาพให้ทุกคน จึงแนะนำให้ใช้ไข่แดงเป็นอาหารสำหรับทารกอายุ 5 เดือนขึ้นไป ส่วนเด็กวัยเรียนจนถึงวัยผู้ใหญ่สามารถกินไข่ได้ทุกวัน วันละ 1 ฟอง สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่เสี่ยงต่อภาวะไขมันในเลือดสูง สามารถกินไข่ไก่ได้สัปดาห์ละ 3 ฟอง เพราะไข่แดงมีคอเลสเตอรอลสูง แต่ถ้ากินเฉพาะไข่ขาวสามารถกินได้ทุกวัน

ไข่กับคอเลสเตอรอล
          ในแต่ละวันร่างกายต้องการคอเลสเตอรอลจากอาหารไม่เกิน 3000 มิลลิกรัม เพราะส่วนหนึ่งร่างกายสามารถสร้างได้เอง สถาบันวิจัยโภชนาการได้ทำการวิเคราะห์หาคอเรสเตอรอลในไข่ทั้งฟองพบว่าคอเรสเตอรอลอยู่ระหว่าง 146-232 มิลลิกรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของไข่ ถ้าฟองใหญ่จะมีคอเลสเตอรอลสูงกว่าฟองเล็ก แต่ก็นับว่าปลอดภัยกว่าการกินเนย แป้ง น้ำตาล และเนื้อสัตว์ติดมัน เพราะอาหารเหล่านี้มีระดับคอเลสเตอรอลสูงกว่าไข่หลายเท่า
          คนที่มีปัญญหาไขมันในเลือดสูงควรระมัดระวังในการบริโภคไข่ เพราะอาจทำให้ได้รับคอเลสเตอรอลมากเกินไป ส่งผลให้เกิดปัญหาไขมันอุดตันในเส้นเลือด และทำให้เกิดอาการหัวใจขาดเลือดในระยะต่อไป ฉะนั้นปริมาณที่เหมาะสมต่อการบริโภคคือไม่เกินสัปดาห์ละ 3 ฟอง

ไข่ดิบดีต่อสุขภาพจริงหรือ?
          การกินไข่ดิบไม่มีผลต่อสุขภาพ เพราะในไข่ขาวดิบมีโปรตีนที่ชื่อ อะวิดิน (avidin) เมื่อเรากินไข่ขาวดิบเข้าไป อะวิดินจะไปจับตัวกับไบโอดินซึ่งเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งในลำไส้ ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมเอาวิตามินไปใช้ประโยชน์ได้ แต่ถ้าปรุงไข่ให้สุกก่อนกิน อะวิดินจะถูกความร้อนทำลายได้
          นอกจากนี้ไข่ดิบยังย่อยยาก เพราะมีลักษณะเป็นเมือกลื่นและหากมีเชื้อโรคปนอยู่ในไข่ดิบที่เรากิน จะทำให้ได้รับเชื้อโรค ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้อีกด้วย ดังนั้นไข่ที่ควรบริโภคคือไข่ที่ปรุงให้สุก ไม่ใช่ไข่ดิบหรือไข่สุกๆดิบๆ ความเชื่อที่ว่ากินไข่สุกๆ ดิบๆ เป็นสิ่งดี  เป็นประโยชน์ต่อร่างกายจึงไม่เป็นความจริง

รวมบทความน่าอ่าน
ที่มาบทความ:หนังสือสุขภาพทราบก่อนป่วย        

ทีวีออนไลน์

ชอบกด Like ใช่กด Share